การเลือกใช้กาวโพลียูรีเทนและกาวซิลิโคน: คู่มือเปรียบเทียบเพื่อการใช้งานที่ถูกต้อง

ในการก่อสร้าง งานติดตั้ง งานซ่อมแซม หรือแม้แต่งานตกแต่งภายใน “วัสดุอุดรอยต่อ” ถือว่าเป็นองค์ประกอบเล็กๆ แต่มีผลต่อคุณภาพและอายุการใช้งานของอาคารหรือชิ้นงานอย่างมาก วัสดุอุดรอยต่อ (Sealant) ที่นิยมใช้กันมีอยู่หลายประเภท แต่ 2 กลุ่มที่พบมากที่สุดคือ กาวโพลียูรีเทน (Polyurethane Sealant หรือ PU Sealant) และ กาวซิลิโคน (Silicone Sealant)

ทั้งสองชนิดมีคุณสมบัติที่โดดเด่นแตกต่างกันไป การเลือกใช้ผิดอาจทำให้เกิดปัญหาคราบเลอะ รอยแตกร้าว หรือแม้แต่การรั่วซึมของน้ำ ดังนั้น บทความนี้จึงจะเจาะลึกคุณสมบัติ ข้อดี–ข้อเสีย และการเลือกใช้งานที่เหมาะสม เพื่อเป็นแนวทางที่ใช้งานได้จริง

1. วัสดุอุดรอยต่อ (Sealant) คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

วัสดุอุดรอยต่อ (Sealant) คือวัสดุในกลุ่มกาวและสารยืดหยุ่นที่ออกแบบมาเพื่ออุดช่องว่าง รอยแยก หรือรอยต่อระหว่างวัสดุสองชิ้นขึ้นไป จุดประสงค์หลักคือเพื่อ ป้องกันการรั่วซึมของน้ำ อากาศ ฝุ่น ความชื้น รวมถึงการป้องกันการเสื่อมสภาพของโครงสร้างจากแรงสั่นสะเทือนและการขยายตัว–หดตัวตามธรรมชาติของวัสดุ

Sealant มีคุณสมบัติที่แตกต่างจากกาวทั่วไป เพราะนอกจากจะทำหน้าที่ยึดติดวัสดุแล้ว ยังสามารถ ยืดหยุ่นและคืนตัว ตามการเคลื่อนไหวของพื้นผิวที่มันยึดเกาะอยู่ได้ เช่น เวลาที่คอนกรีตเกิดการขยายตัวจากอุณหภูมิ หรือเมื่อเกิดแรงกด–แรงดึงในอาคาร

ทำไมวัสดุอุดรอยต่อถึงสำคัญ?

แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่ Sealant มีบทบาทสำคัญในงานก่อสร้างและงานตกแต่ง เพราะถ้าขาดการอุดรอยต่อที่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น

  • การรั่วซึมของน้ำ → ทำให้ผนังและโครงสร้างเสียหาย เกิดเชื้อราและตะไคร่น้ำ
  • การรั่วไหลของอากาศ → ส่งผลต่อระบบปรับอากาศภายในอาคาร ทำให้เปลืองพลังงาน
  • ฝุ่นและสิ่งสกปรกแทรกตัว → ลดคุณภาพของพื้นที่ใช้งาน โดยเฉพาะในห้อง Clean Room หรือห้องครัว
  • การแตกร้าวของวัสดุ → เมื่อโครงสร้างขยาย–หดตัวแต่ไม่มีวัสดุยืดหยุ่นมารองรับ จะทำให้เกิดรอยร้าวถาวร
  • อายุการใช้งานสั้นลง → หากเลือกวัสดุไม่เหมาะสม งานซ่อมบำรุงจะเกิดบ่อยขึ้น และมีค่าใช้จ่ายสูง

ตัวอย่างลักษณะงานที่จำเป็นต้องใช้ Sealant

  1. งานโครงสร้างคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete)
    รอยต่อระหว่างแผ่น Precast จำเป็นต้องใช้ Sealant ในการอุด เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำและการแตกร้าวเมื่อมีแรงสั่นสะเทือน
  2. งานกระจกและอลูมิเนียม
    เช่น หน้าต่าง ประตู ผนังกระจก Curtain Wall หากไม่มีการอุดรอยต่อที่ดี จะเกิดการรั่วซึมของน้ำฝนและลม ส่งผลต่อความสบายภายในอาคาร
  3. งานตกแต่งภายใน
    เช่น การอุดรอยต่อบัวพื้น เฟอร์นิเจอร์ Built-in หรือรอยต่อไม้และวัสดุสังเคราะห์ต่างๆ เพื่อความสวยงามและลดการสะสมฝุ่น
  4. งานระบบสุขาภิบาล
    เช่น อ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ ห้องน้ำ หากไม่ใช้ Sealant ที่ทนความชื้นและกันน้ำได้ดี จะทำให้เกิดรอยรั่วและเชื้อรา
  5. งานอุตสาหกรรมและโรงงาน
    ใช้ในพื้นที่ที่ต้องควบคุมฝุ่น ความชื้น หรือสารเคมี เช่น ห้องคลีนรูม (Clean Room), ห้องเย็น (Cold Room) หรือโรงงานอาหาร

การเลือก Sealant ที่เหมาะสมตั้งแต่แรก แม้อาจมีต้นทุนวัสดุสูงกว่า แต่ช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวได้มาก เช่น

  • ลดความเสี่ยงจาก การซ่อมแซมซ้ำ
  • ป้องกันปัญหา การรั่วซึมที่สร้างความเสียหายใหญ่
  • เพิ่มอายุการใช้งานของโครงสร้างและวัสดุโดยรวม

วัสดุอุดรอยต่อ (Sealant) ไม่ใช่แค่กาวธรรมดา แต่เป็นวัสดุที่ช่วย “ปกป้องโครงสร้าง” และ “ยืดอายุงานก่อสร้าง” การเลือกใช้ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ทั้งเจ้าของบ้าน ช่าง และผู้รับเหมาประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในอนาคต

2. กาวโพลียูรีเทน (PU Sealant)

PU Sealant เป็นวัสดุอุดรอยต่อที่ทำจากโพลียูรีเทน มีความยืดหยุ่นสูง ทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนและการเคลื่อนไหวของโครงสร้าง

การใช้งานวัสดุอุดรอยต่อโพลียูรีเทน กับงานรอยต่อโครงสร้าง

การใช้งานที่เหมาะสม

  • รอยต่อคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Joint)
  • รอยต่อระหว่างอลูมิเนียมคอมโพสิต
  • รอยต่อพื้น–ผนัง ที่มีแรงสั่นสะเทือน
  • งานตกแต่งภายใน เช่น เฟอร์นิเจอร์

ข้อดี

  • ราคาย่อมเยาว์กว่าซิลิโคน
  • สามารถทาสีทับได้
  • ความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับรอยต่อที่มีการขยาย–หดตัว
  • ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก

ข้อเสีย

  • ไม่ทนต่อแสง UV ถ้าใช้ภายนอกควรทาสีทับ
  • อาจเปราะแตกหากสัมผัสแดดจัดเป็นเวลานานโดยไม่ป้องกัน

3. กาวซิลิโคน (Silicone Sealant)

กาวซิลิโคน แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก

การใช้งานซิลิโคนซีลแลนท์ สำหรับยาแนวรอยต่อในห้องน้ำ

3.1 กาวซิลิโคนชนิดกรด (Acetic Cure Silicone)

  • มีกลิ่นฉุนในขณะใช้งาน
  • แห้งเร็ว แข็งแรงสูง
  • อาจกัดกร่อนโลหะหรือพื้นผิวบางชนิด

3.2 กาวซิลิโคนชนิดเป็นกลาง (Neutral Cure Silicone)

  • แห้งตัวช้ากว่า แต่มีความยืดหยุ่นสูง
  • ไม่กัดกร่อนวัสดุ
  • กลิ่นอ่อน ใช้งานง่าย

ข้อดี

  • ทนแดด ทนฝน และสภาพอากาศได้ดี
  • กันน้ำได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับงานห้องน้ำ ครัว และงานกลางแจ้ง
  • ยืดหยุ่นสูง

ข้อเสีย

  • ราคาสูงกว่ากาว PU
  • ไม่สามารถทาสีทับได้
  • อาจเกิดคราบบนวัสดุที่มีรูพรุน เช่น ปูนหรืออิฐ

4. การเปรียบเทียบ PU Sealant vs Silicone Sealant

คุณสมบัติ PU Sealant Silicone Sealant
ความยืดหยุ่น สูง สูงมาก
การทาสีทับ ✅ ทาได้ ❌ ทาไม่ได้
การทนแดด–UV ❌ ต้องทาสีทับ ✅ ทนได้
การกันน้ำ ปานกลาง สูง
ราคา ย่อมเยาว์ สูงกว่า
งานที่เหมาะ รอยต่อคอนกรีต, เฟอร์นิเจอร์ ห้องน้ำ, กระจก, งานภายนอก

วิธีเลือกกาวอุดรอยต่อให้เหมาะกับงาน

  1. พิจารณาสภาพแวดล้อม – งานภายนอกควรเลือกซิลิโคน งานโครงสร้างภายในเลือก PU
  2. ความต้องการเรื่องสี – หากต้องการทาสีทับ เลือก PU
  3. พื้นที่เปียกชื้น – เลือกซิลิโคน เนื่องจากกันน้ำดีกว่า
  4. งบประมาณ – PU ประหยัดกว่า เหมาะสำหรับงานปริมาณมาก

💡 เคล็ดลับการใช้งาน

  • ทำความสะอาดพื้นผิวก่อนอุดรอยต่อ
  • ใช้ โฟมเส้นอุดร่อง ( Backing Rod ) สำหรับร่องที่ลึกมากๆ เป็นฐานรองรับยาแนว เพื่อช่วยลดปริมาณการใช้วัสดุยาแนว

โฟมเส้นอุดร่อง Backing Rod สำหรับร่องลึก ใช้เป็นฐานรองรับยาแนว

  • ปาดเกลี่ยให้เรียบเพื่อป้องกันน้ำขัง
  • อ่านคู่มือผลิตภัณฑ์ให้ละเอียดก่อนใช้งาน

สรุป: เลือกกาวอุดรอยต่อแบบไหนให้เหมาะกับงานของคุณ

การเลือกใช้ กาวอุดรอยต่อ (Sealant) ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ “ความชอบ” ของช่างหรือเจ้าของบ้านเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับลักษณะงานจริง สภาพแวดล้อม และงบประมาณที่มี เพราะวัสดุอุดรอยต่อแต่ละชนิดถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ที่ต่างกัน

  • หากคุณต้องการกาวที่ ยืดหยุ่นสูง ใช้งานได้หลากหลาย ราคาประหยัด และสามารถทาสีทับได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานก่อสร้าง งาน Precast งานเฟอร์นิเจอร์ หรืองานที่ต้องการปรับสีให้กลมกลืนกับพื้นผิวเดิม → กาวโพลียูรีเทน (PU Sealant) คือคำตอบที่ใช่
  • หากคุณต้องการกาวที่มี คุณสมบัติทนแดด ทนฝน กันน้ำได้ดี และใช้งานได้ดีกับสภาพแวดล้อมที่เปียกหรือชื้น เช่น ห้องน้ำ ครัว หรือภายนอกอาคาร → กาวซิลิโคน (Silicone Sealant) คือทางเลือกที่เหมาะสมกกว่า

หลายโครงการเลือกใช้ ทั้งสองชนิดร่วมกัน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ เช่น

  • ใช้ PU Sealant สำหรับรอยต่อคอนกรีตและงานเฟอร์นิเจอร์
  • ใช้ Silicone Sealant สำหรับงานห้องน้ำหรือกระจกที่ต้องกันน้ำโดยเฉพาะ

ดังนั้น การเลือกใช้อย่างถูกต้องไม่เพียงช่วยให้งานออกมาสวยงามและแข็งแรง แต่ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและยืดอายุการใช้งานของอาคารหรือชิ้นงานได้อีกด้วย

หากคุณกำลังมองหายาแนวคุณภาพสูง ชนิดโพลียูรีเทน สำหรับงานซีลรอยต่อ
PRO-PU SEALANT อาจเป็นคำตอบที่ใช่! 

PRO-PU SEALANT กาวยาแนวโพลียูรีเทน สำหรับงานอุดรอยต่อโครงสร้าง

✔️ ยืดหยุ่นสูง รองรับการขยับตัวของรอยต่อโครงสร้าง
✔️ ยึดเกาะดีเยี่ยม ใช้ได้ทั้งพื้น ผนัง และงานภายนอก บริเวณแนวดิ่งก็ใช้ได้ ไม่ไหลย้อย
✔️ สามารถบ่มตัวโดยใช้ความชื้นในอากาศ

ติดต่อทีมขายของเราเพื่อขอคำแนะนำก่อนตัดสินใจเลือกใช้งาน
คลิกเลย! 👉 prosumerconstruction.co.th/ติดต่อ‑เรา/

บทความเพิ่มเติม