รอยร้าวในโครงสร้างฐานรากหรือผนังคอนกรีต ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ควรมองข้าม เพราะมันอาจเป็นสัญญาณของปัญหาเชิงโครงสร้างหรือช่องทางให้ความชื้นและน้ำซึมเข้าสู่ตัวอาคาร ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจทำให้เกิดการผุกร่อนของเหล็กเสริม เชื้อราในผนัง หรือแม้กระทั่งส่งผลต่อความมั่นคงของบ้านโดยตรง
การเลือก “วัสดุซ่อมรอยร้าว” จึงเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน โดยวัสดุยอดนิยมที่ผู้รับเหมาหรือช่างมืออาชีพเลือกใช้มี 2 ประเภท คือ
- โพลียูรีเทน (Polyurethane Foam)
- อีพ็อกซี่ (Epoxy Resin)
บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกความแตกต่าง ข้อดี-ข้อเสีย วิธีใช้งาน และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณเลือกวัสดุได้ “เหมาะกับปัญหา” และ “คุ้มค่าทั้งในระยะสั้นและระยะยาว”
ทำไมต้องใส่ใจการซ่อมรอยร้าวบริเวณฐานราก?
รอยร้าวบริเวณฐานรากบ้าน อาจดูเหมือนเป็นเพียงปัญหาเล็กน้อยในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รีบซ่อมแซม ก็อาจลุกลามจนสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างบ้านโดยรวมได้ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน หรือโรงงานอุตสาหกรรม รอยร้าวที่ฐานรากถือเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมันคือ “จุดเริ่มต้น” ของปัญหาหนักในอนาคต
ความเสียหายที่อาจตามมา:
- น้ำรั่วซึมเข้าสู่โครงสร้าง
เมื่อน้ำสามารถซึมผ่านรอยร้าวเข้าสู่โครงสร้างได้ จะนำไปสู่ความชื้นสะสมในพื้นหรือผนัง ทำให้พื้นผิวเสียหายอย่างถาวร - ความชื้นสะสม ก่อให้เกิดเชื้อรา กลิ่นอับ
ความชื้นที่แทรกซึมเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา แบคทีเรีย และกลิ่นไม่พึงประสงค์ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยโดยตรง - โครงสร้างอ่อนแอ เสี่ยงต่อการทรุด
เมื่อรอยร้าวไม่ได้รับการซ่อมแซมอย่างถูกวิธี อาจทำให้พื้นหรือฐานรากทรุดตัวได้ในระยะยาว ส่งผลให้บ้านเอียง ผนังร้าวเพิ่ม หรือเสาแตกหัก - ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่สูงขึ้น
ยิ่งปล่อยไว้นาน การแก้ไขก็จะยิ่งยากและแพงขึ้นหลายเท่าตัว อาจต้องจ้างวิศวกรตรวจสอบ และรื้อถอนบางส่วนของโครงสร้างเพื่อซ่อมใหม่
💡 การซ่อมรอยร้าวตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยวัสดุที่เหมาะสม เช่น โพลียูรีเทนหรืออีพ็อกซี่ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะช่วยยืดอายุการใช้งานของบ้าน ลดความเสี่ยง และประหยัดงบซ่อมในระยะยาวได้มากกว่าการปล่อยให้ปัญหาลุกลาม
เทคนิคการซ่อมรอยร้าวด้วยการยิงอัดฉีดน้ำยา
การซ่อมรอยร้าวบนผนังคอนกรีตชั้นฐานรากที่ได้ผลดีและประหยัดที่สุด คือการ ยิงอัดฉีดน้ำยาเข้าไปปิดรอยร้าวจากด้านใน เริ่มจากติดตั้ง “หัวอัดน้ำยา (Packer)” บนผิวคอนกรีตโดยใช้อีพ็อกซี่ฉาบยึด จากนั้นจึง ยิงน้ำยา Epoxy หรือ Polyurethane เข้าไปตามแนวรอยร้าว น้ำยาจะไหลเข้าไปเติมเต็มรอยและแข็งตัวเมื่อทำปฏิกิริยา ช่วยปิดรอยรั่วได้แน่นสนิท ผนังด้านนอกและอีพ็อกซี่ที่ฉาบไว้จะช่วยกักเก็บน้ำยาให้ทำงานได้เต็มที่ ทำให้โครงสร้างกลับมาแน่นหนาและป้องกันการรั่วซึมได้อย่างมั่นใจ

โพลียูรีเทนโฟม (Polyurethane Foam)

โพลียูรีเทนโฟมเป็นวัสดุที่ทำปฏิกิริยากับความชื้นในคอนกรีตและขยายตัวเป็นโฟม ช่วยปิดรูพรุนและทางเดินน้ำในผนัง เหมาะกับการซ่อมรอยร้าวที่มีน้ำรั่วซึมอย่างต่อเนื่อง
ข้อดีของโพลียูรีเทนโฟม
- ใช้งานง่าย
- ขยายตัวอุดช่องว่างได้ดี
- ยืดหยุ่น รองรับการขยายตัวของคอนกรีต
- เหมาะกับรอยรั่วที่มีน้ำซึม
ข้อจำกัดของโพลียูรีเทนโฟม
- ไม่สามารถเสริมโครงสร้างของคอนกรีตได้
อีพ็อกซี่ (Epoxy)

อีพ็อกซี่เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงสูง ใช้เชื่อมรอยแตกร้าวให้แนบสนิทเหมือนเดิม เหมาะกับการซ่อมรอยร้าวที่มีผลต่อโครงสร้าง
ข้อดีของอีพ็อกซี่
- มีกำลังยึดเกาะสูง
- เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้าง
- เหมาะกับรอยแตกร้าวที่กระทบโครงสร้างหลัก
ข้อจำกัดของอีพ็อกซี่
- ไม่สามารถใช้กับพื้นผิวที่เปียกชื้น
- ไม่มีความยืดหยุ่น อาจเกิดรอยร้าวใหม่ได้หากโครงสร้างยังขยับตัว
โพลียูรีเทน vs อีพ็อกซี่ ต่างกันอย่างไร?
โพลียูรีเทน (Polyurethane) เป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับรอยร้าวที่มีการขยับตัว เช่น ฐานราก พื้น หรือผนังที่มีแรงกระทำซ้ำ ๆ จุดเด่นคือสามารถขยายตัวและแทรกซึมเข้ารอยร้าวได้ดี ป้องกันการรั่วซึมของน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในขณะที่โครงสร้างมีความชื้นสูง
ในทางกลับกัน อีพ็อกซี่ (Epoxy) มีลักษณะแข็ง แรงยึดเกาะสูง เหมาะกับรอยร้าวแบบนิ่ง (non-moving crack) และรอยร้าวโครงสร้างที่ต้องการคืนค่าความแข็งแรงให้กับคอนกรีต เช่น เสา คาน หรือพื้นอาคารที่ต้องรับน้ำหนักมาก การฉีดอีพ็อกซี่ช่วยยึดประสานรอยร้าวให้กลับมาแข็งแรงได้ใกล้เคียงของเดิม
งานวิจัยจาก ScienceDirect ชี้ว่า การเลือกวัสดุซ่อมรอยร้าวให้ตรงกับลักษณะรอยร้าวและสภาวะแวดล้อมของโครงสร้าง มีผลอย่างมากต่ออายุการใช้งานของระบบซ่อม
แล้วควรเลือกใช้วัสดุไหน?
| ประเภทรอยร้าว | วัสดุแนะนำ |
|---|---|
| รอยรั่วมีน้ำซึม | โพลียูรีเทนโฟม |
| รอยร้าวโครงสร้าง | อีพ็อกซี่ |
| พื้นที่เปียกชื้น | โพลียูรีเทนโฟม |
| พื้นที่แห้ง ต้องการเสริมกำลัง | อีพ็อกซี่ |
โพลียูรีเทนบางประเภทก็มีความยืดหยุ่นสูง รองรับการยืดหดของคอนกรีตตามการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ดี
ตัวเลือกอีกอย่างคือ “โพลียูรีเทนเรซิ่น ยืดหยุ่นสูง” ใช้ซ่อมรอยร้าวและน้ำรั่วซึมบริเวณฐานราก รวมถึงรอยต่อที่ต้องการการเคลื่อนตัวอย่างอิสระ โดยเนื้อเจลจะทำปฏิกิริยาเมื่อสัมผัสกับความชื้นหรือพื้นที่ที่มีน้ำ ช่วยปิดรอยรั่วและรอยร้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวช่วยด้านงานซ่อมรอยร้าว ด้วยการยิงอัดฉีดน้ำยา จากโปรซูเมอร์
- PUR-303 HIGH ELASTIC GROUT_ โพลียูรีเทนเรซิ่น ยืดหยุ่นสูง สำหรับซ่อมน้ำรั่วซึม
- PRO-PU GROUT_ โฟมประเภทโพลียูรีเทน สำหรับอุดช่องว่างในเนื้อคอนกรีต
- PRO-PU GEL โฟมประเภทโพลียูรีเทน สำหรับดูดซับน้ำ เพื่อหยุดการรั่วซึมของน้ำ
สรุป : วัสดุซ่อมรอยร้าวต้องเลือกให้เหมาะกับปัญหา
การตัดสินใจเลือกใช้งานระหว่างโพลียูรีเทน vs อีพ็อกซี่ ควรพิจารณาตามปัจจัยสำคัญ เช่น ประเภทของรอยร้าว สภาพพื้นผิว ความต้องการใช้งานในระยะยาว และสภาพแวดล้อมของโครงสร้าง หากไม่แน่ใจ แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุก่อสร้างหรือช่างที่มีประสบการณ์โดยตรง
การเลือกให้เหมาะสมตั้งแต่แรก จะช่วยประหยัดเวลา งบประมาณ และยืดอายุการใช้งานของอาคารหรือบ้านของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์งานซ่อมรอยร้าว
หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกใช้วัสดุชนิดใดในการซ่อมรอยร้าวของบ้านหรืออาคาร ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้เลย!
👉 “ติดต่อเราคลิกที่นี่”

